สองเครื่องยกกระชับที่ถูกถามมามาก — คุณหมอใหม่เปรียบให้ครบ ทั้งเทคโนโลยี ผลลัพธ์ ความเจ็บ และเหมาะกับใคร อ่านจบแล้วตัดสินใจได้เลยค่า

ทำไมคนถึงสับสน ระหว่างสองเครื่องนี้?
ถ้าคุณกำลังมีปัญหา หน้าหย่อนคล้อย แก้มหย่อน เหนียงเริ่มชัด หรือรู้สึกว่าหน้าดูหนักและไม่กระชับเหมือนแต่ก่อน คำถามแรกที่มักเกิดขึ้นคือ “ควรทำ โปรแกรม Ulthera Prime หรือ โปรแกรม UltraFormer ดี?”
ทั้งสองเครื่องอยู่ในกลุ่ม HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ยิงลึกลงไปในชั้นผิวเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ฟังดูเหมือนกันมาก แต่ความต่างในเรื่องเทคโนโลยี ความแม่นยำ ระยะเวลาผลลัพธ์ และราคา — นั่นแหละที่ทำให้สองเครื่องนี้เหมาะกับคนละกลุ่มค่า
บทความนี้คุณหมอใหม่จะเปรียบเทียบให้ครบทุกมิติ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ว่า โปรแกรม Ulthera Prime กับ โปรแกรม UltraFormer ต่างกันยังไง และแบบไหนตอบโจทย์ปัญหาของคุณมากกว่ากันค่า
แต่ละเครื่องทำงาน อย่างไร?
ก่อนเปรียบกัน มาทำความรู้จักกลไกของทั้งสองก่อนค่า เพราะรากฐานเทคโนโลยีที่ต่างกันคือสาเหตุของผลลัพธ์ที่แตกต่าง
โปรแกรม Ulthera Prime
ใช้เทคโนโลยี MFU-V (Micro-Focused Ultrasound with Visualization) จุดเด่นสำคัญคือมีหน้าจอแสดงภาพชั้นผิวแบบ Real Time แพทย์สามารถเห็นทุกชั้นผิวก่อนยิงพลังงาน ทำให้การยิงแม่นยำถึงชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับการผ่าตัด Facelift) รุ่น Prime อัปเกรดหน้าจอใหญ่ขึ้น 35% และประมวลผลเร็วขึ้นจากรุ่น SPT
โปรแกรม UltraFormer
ใช้เทคโนโลยี HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) ส่งพลังงานเป็นจุดโฟกัสลงลึกถึงชั้น SMAS เช่นกัน มีหัวยิงหลายระดับตั้งแต่ 1.5 / 3.0 / 4.5 mm จุดเด่นคือเจ็บน้อยกว่า ราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่า เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ Maintenance ผิวอย่างสม่ำเสมอ
💡 ความต่างหลัก: โปรแกรม Ulthera Prime มีระบบ Visualization ที่แพทย์เห็นชั้นผิวก่อนยิงทุกครั้ง ซึ่ง โปรแกรม UltraFormer ไม่มี ทำให้การรักษาด้วย โปรแกรม Ulthera Prime แม่นยำกว่าและผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่าค่า
โปรแกรม Ulthera Prime vs โปรแกรม UltraFormer ต่างกันยังไง?
| หัวข้อ | PROGRAM Ulthera Prime | PROGRAM Ultraformer III |
|---|---|---|
| Technology | MFU-V | HIFU |
| หน้าจอแสดงชั้นผิว Real Time | ✓ มี | ✗ ไม่มี |
| ระดับความลึก | 1.5 / 3 / 4.5 mm | 1.5 / 3.0 / 4.5 mm |
| ยิงถึงชั้น SMAS | ✓ | ✓ |
| เห็นผลหลังทำ | 20–30% | 10–20% |
| เห็นผลเต็มที่ | 2–3 เดือน | 1–2 เดือน |
| ผลลัพธ์คงอยู่ | 12–18 เดือน | 4–6 เดือน |
| ความเจ็บขณะทำ | ปานกลาง–มากกว่า | น้อยกว่า |
| Down time | น้อยมาก | น้อยมาก |
| แนะนำทำซ้ำ | ปีละ 1 ครั้ง | ปีละ 2–3 ครั้ง |
| ระดับราคา | เข้าถึงได้ | เข้าถึงได้ง่ายกว่า |
ข้อดีข้อเสีย ของแต่ละเครื่อง
Q & A — Frequently Asked Questions
Ulthera Prime Program at Dr.Mai Clinic, Chiang Mai — the most common questions about line counts.
โปรแกรม Ulthera Prime กับ โปรแกรม UltraFormer ต่างกันยังไง สรุปสั้นๆ?
ทั้งสองใช้คลื่นเสียง HIFU ยิงถึงชั้น SMAS เหมือนกัน แต่ โปรแกรม Ulthera Prime มีหน้าจอแสดงชั้นผิวแบบ Real Time ทำให้แพทย์ยิงได้แม่นยำกว่า ผลลัพธ์ชัดและอยู่ได้นานกว่า (12–18 เดือน vs 4–6 เดือน) ส่วน โปรแกรม UltraFormer เจ็บน้อยกว่าและราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่าค่า
โปรแกรม Ulthera Prime เจ็บกว่า โปรแกรม UltraFormer ไหม?
โดยทั่วไป โปรแกรม Ulthera Prime รู้สึกถึงพลังงานได้มากกว่า เพราะโฟกัสพลังงานแม่นยำและเข้มข้นกว่า อาจรู้สึกจี๊ดหรือร้อนขณะยิงในบางจุด แต่ไม่รุนแรงถึงขั้นทนไม่ไหว แพทย์จะปรับพลังงานให้เหมาะกับผิวแต่ละคน ส่วน โปรแกรม UltraFormer จะรู้สึกอุ่นและจี๊ดเบาๆ เจ็บน้อยกว่าค่า้น
ทำ โปรแกรม Ulthera Prime หรือโปรกรม UltraFormer แล้วต้องพักฟื้นไหม?
ทั้งสองไม่ต้องพักฟื้นค่า หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เลย อาจมีผิวแดงเล็กน้อยหรือระบมใต้ผิวในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก แต่จะหายเองใน 5–7 วัน แนะนำหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอค่า
ทำโปรแกรม UltraFormer แล้วอยากอัปเกรดมา โปรแกรม Ulthera Prime ได้ไหม?
ได้เลยค่า ทั้งสองรักษาโดยไม่มีแผลและไม่มีผลต่อกัน สามารถสลับหรืออัปเกรดได้ แนะนำรอให้ผลของ โปรแกรม UltraFormer หายสักพักก่อน และปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดค่า




